วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560

นิราศบ้านเกิดสัปดาห์ที่4 ตอนที่สี่ กาฬสินธุ์ ถิ่นสานฝัน

นิราศบ้านเกิด ตอนที่สี่ กาฬสินธุ์ ถิ่นสานฝัน

เส้นทาง ค่ายประจักษ์ศิลปาคม กุมภวาปี สวนลิง วังสามหมอ


ทยอยออกมาแล้ว                 เสียงเจื้อยแจ้วดั่งแมลง
เสียงคนใส่เสื้อแดง                          นั่งข้างเราบ่นพึมพำ
กว่ารถจะเล่นออก                พี่แกบอกอยู่หลายคำ
ฉันเองไม่อยากจำ                          แต่ละคำช่างหยาบคาย
เมื่อไหร่พี่จะลง                    ฉันก็คงทนไม่ไหว
ขืนพี่พูดต่อไป                               คนขับรถคงโกรธา
และแล้วก็มาถึง                    พี่แกเพิ่งโบกมือลา
ประจักษ์ศิลปา                              ค่ายทหารของคนไทย
หน้าค่ายมีศาลา                   ผู้คนมารอรับใคร
จะเด็กหรือผู้ใหญ่                           มานั่งรอคอยรับแฟน
จากคี่กลายเป็นคู่                  แต่เช้าตรู่เขาดูแคลน
ว่ามาคอยรับแฟน                          โอ้สุดแสนจะบรรยาย
เสียงบ่นของคนฟัง                คุยลำพังนั่งตามบาย
สุดแสนจะเสียดาย                         ท่านั่งฆ่าหน้าตัวเอง
ออกจากตัวเมืองแล้ว             ช่างเพริศแพร้วจังเลยเตง
คำนี้ดูวังเวง                                  สำหรับคนโสดอย่างเรา
นั่นไงสระใบบัว                    ใครไม่กลัวลงเก็บเอา
ฝักบัวกินแล้วเมา                           ไม่ใช่เราเขาว่ามา
บ่งบอกว่าถึงแล้ว                  ถิ่นเมืองแก้วกุมภวา
ริมทางที่ผ่านมา                            มีแม่ค้าขายฝักบัว
นึกถึงเมื่อคราวก่อน              ใจอาวรณ์นั่งรถทัวร์
พี่ปลอบน้องอย่ากลัว                       มากับพี่อย่ากังวล
มามะมาแนบอก                  ยอมให้ซบอย่างจำนน
ยอมให้เจ้าซบจน                           คลายความกลัวพอบรรเทา
พี่เอ๋ยหลงตัวเอง                   ใจบรรเลงดังดนตรี
น้องว่าพี่ดีดี                                  ทำไมพี่ทำหน้าเมิน
 รู้ไหมว่าเหมือนลิง               ชมจริงๆไม่ต้องเขิน
น้องง้อพี่ทำเมิน                             เชอะเดี๋ยวเมินเหมือนพี่บ้าง
 ยังคงจำได้ดี                       ที่ตรงนี้ไม่เคยร้าง
มีลิงอยู่ข้างทาง                             คนจึงอ้างว่าสวนลิง
รถเล่นมาเรื่อยเรื่อย              แต่ก็เฉื่อยช้าจริงๆ
ชักช้าอยู่ใยยิ่ง                               รีบเข้าถิ่นวังสามหมอ
แดดร้อนดั่งไฟเผา                 รถก็เก่าจริงๆหนอ
นั่งรถก็เฝ้ารอ                                จะถึงมอเมื่อไหร่กัน
ฟ้าฝนไม่เข้าใจ                    รู้บ้างไหมกลัวไม่ทัน
ถ้าตกลงมาพลัน                            คงเดินทางลำบากแน่
 เหตุที่ฉันรีบร้อน                  อย่ามองค้อนฉันเลยแค่
อยากกลับให้ทันแต่                         ก็คงกลับไม่ทันแล้ว

สายฝนโปรยลงมา                ดั่งน้ำตาหยดลงแก้ว
เสียงมันช่างเพริศแพร้ว                    ได้ยินแล้วคิดถึงบ้าน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น